ปรึกษาฟรี
HotelGru
img-hotel

ปรึกษาฟรี

อีก 1 บริการจาก บริษัท โฮเทลเลียร์ ดอท กูรู ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีระบบปฎิบัติบนคลาวด์สำหรับโรงแรมของไทย 1 เดียว ที่มีมากกว่า 1,000 โรงแรมใช้งานทั่วประเทศไทย

Case Study: ถอดกลยุทธ์ The Riski Hotel & Residence @Bangphlat Station เพิ่มรายได้ 47.86% ด้วยทีม Revenue Management

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2569

ภูมิหลังและบทนำ:

ภาคธุรกิจบริการของประเทศไทยโดดเด่นด้วยโรงแรมขนาดเล็กและโรงแรมบูติก ซึ่งหลายแห่งเป็นธุรกิจครอบครัวหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด

โรงแรมจำนวนมากในเซกเมนต์นี้ยังขาดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในหลักการเชิงพาณิชย์ที่สำคัญ เช่น การแบ่งส่วนตลาด (Market Segmentation), พลวัตด้านราคา (Pricing Dynamics) และการกระจายช่องทางการขาย (Channel Distribution) มีเพียงไม่กี่แห่งที่นำแนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven) มาใช้ในการกำหนดราคา ส่งผลให้การจัดการราคาเป็นไปในลักษณะ "ตั้งรับ" มากกว่า "เชิงกลยุทธ์"

หากขาดการกำกับดูแลที่ชัดเจนและการดำเนินการอย่างมีระเบียบวินัยในส่วนนี้ โรงแรมขนาดเล็กมักจะไม่สามารถดึงศักยภาพในการสร้างรายได้สูงสุดจากการดำเนินงานและทำเลที่ตั้งออกมาได้

ข้อมูลโรงแรม:

The Riski Hotel & Residence @ Bangphlat Station มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งทำเลที่ตั้งที่ดีเยี่ยมใกล้สถานีบางพลัด ห้องพักที่มีคุณภาพ และทีมงานที่ทุ่มเท สิ่งที่ขาดไปคือ "โครงสร้างพื้นฐานด้านราคา" ที่ออกแบบมาเพื่อดักจับศักยภาพรายได้ที่แท้จริง ทางโรงแรมจึงได้ร่วมมือกับ Hoteliers.Guru ผ่านบริการบริหารจัดการรายได้ HotelGru

ผลลัพธ์ปี 2025: รายได้รวมเพิ่มขึ้น 47.86%

หลังจากร่วมงานกับ Hoteliers.Guru ผ่านบริการ HotelGru โรงแรมสามารถเพิ่มยอด Revenue ได้ 47.86% ภายในปีเดียว การเติบโตนี้เกิดจากการเพิ่มประสิทธิภาพด้าน:

  • โครงสร้างราคา (Pricing Structure)
  • การบริหารช่องทางขาย
  • การเพิ่มมูลค่าต่อการเข้าพัก (Revenue per Stay)

การวางระบบเชิงพาณิชย์ (Commercial Setup)

การปรับต้นทุนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การบริหารจัดการรายได้ที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างโครงสร้างต้นทุนภายในกับสภาวะตลาดภายนอก ทีมงานของเราได้พัฒนากรอบการกำหนดราคาตามหลักการดังนี้:

  • ปัจจัยภายใน (เพดานราคาขั้นต่ำ - The Cost Floor): กำหนดราคาขั้นต่ำสุดโดยการคำนวณต้นทุนคงที่ (พนักงาน, สาธารณูปโภค) และต้นทุนผันแปร (แม่บ้าน, ค่าคอมมิชชัน) เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการจองนั้นมีกำไร
  • ปัจจัยภายนอก (เพดานราคาสูงสุด - The Market Ceiling): กำหนดราคาเสนอขายสูงสุดที่เป็นไปได้ ผ่านการเปรียบเทียบกับคู่แข่งแบบเรียลไทม์ การวิเคราะห์ความต้องการตามฤดูกาล และการติดตามแนวโน้มบน OTA แบบสดๆ

การระบุและสร้างสมดุลระหว่างตัวแปรสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก ช่วยให้เราสามารถวางรากฐานของกลยุทธ์ได้อย่างมั่นคง

การดำเนินกลยุทธ์ 7 เสาหลักที่เชื่อมโยงกัน

  • การปรับราคาแบบยืดหยุ่น (Dynamic Pricing): ปรับราคาอย่างต่อเนื่องแบบเรียลไทม์โดยใช้สัญญาณความต้องการจริง เช่น อัตราการจอง (Booking Pace), ฤดูกาล และกิจกรรมในท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าโรงแรมจะได้รับราคาสูงในช่วงที่มีความต้องการมาก ในขณะที่ยังคงความสามารถในการแข่งขันในช่วงที่ลูกค้าลดลงเพื่อรักษาอัตราการเข้าพัก
  • การจัดการช่องทางการขาย (Channel Management): ประสานช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งหมดผ่านระบบส่วนกลาง ปรับราคาและจำนวนห้องว่างให้ตรงกันในทุก OTA เพื่อขจัดความเสี่ยงจากการจองซ้ำ (Overbooking) บังคับใช้ความเท่าเทียมกันของราคา (Rate Parity) และรักษาภาพลักษณ์ราคาที่สม่ำเสมอในทุกแพลตฟอร์ม
  • การพยากรณ์ความต้องการ (Demand Forecasting): นำรูปแบบการเข้าพักในอดีตมาผสมผสานกับข้อมูลการตลาดที่มองไปข้างหน้าเพื่อคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของความต้องการ สิ่งนี้ช่วยให้ตัดสินใจด้านราคาและจำนวนห้องพักได้ล่วงหน้าหลายสัปดาห์ แทนที่จะคอยปรับแก้ตามสถานการณ์
  • การจัดการชื่อเสียงออนไลน์ (Online Reputation Management): อัพเดตและติดตามรีวิวจากลูกค้าอย่างใกล้ชิดในทุกแพลตฟอร์ม การเพิ่มทั้งปริมาณและคุณภาพของรีวิวช่วยสร้างความเชื่อมั่น เพิ่มอัตราการตัดสินใจจอง (Conversion Rate) และสร้างความชอบธรรมในการตั้งราคาสูง (Premium Pricing)
  • การแบ่งส่วนลูกค้า (Customer Segmentation): ระบุกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน เช่น นักเดินทางเพื่อธุรกิจ ครอบครัว และนักท่องเที่ยว เพื่อนำเสนอแผนราคาและโปรโมชั่นที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มความตรงใจและประสิทธิภาพในการจอง
  • แพ็กเกจเพิ่มมูลค่า (Value-Added Packages): นำเสนอแพ็กเกจที่รวมห้องพักกับบริการเสริม (เช่น อาหารเช้า, รถรับส่ง, ประสบการณ์ต่างๆ) เพื่อยกระดับคุณค่าในสายตาลูกค้า สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และเพิ่มมูลค่าการจองเฉลี่ย
  • การขายต่อยอดและการขายพ่วง (Upselling & Cross-Selling): วางโครงสร้างโอกาสในการขายต่อยอดในจุดที่เหมาะสม เช่น ระหว่างการจองและตอนเช็คอิน เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าอัปเกรดห้องพักหรือเพิ่มบริการอื่น ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้สูงสุดต่อการเข้าพักหนึ่งครั้ง

เราเข้าใจดีว่าโรงแรมแต่ละแห่งนั้นมีเป้าหมายที่ต่างกัน ดังนั้นกลยุทธ์เพิ่มรายได้จึงต้องได้รับการปรับให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของแต่ละโรงแรม HotelGru จึงทำงานร่วมกับโรงแรมอย่างใกล้ชิดในการพัฒนาและใช้แผนงานสำหรับการบริหารจัดการรายได้แบบครบวงจร ที่จะทำให้โรงแรมของคุณมีรายได้เพิ่มขึ้นและเติบโตได้ตามเป้า

ตัวขับเคลื่อนทางเทคโนโลยี (Technology Enablers)

การเปลี่ยนแปลงของ The Riski Hotel & Residence @ Bangphlat Station ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีหลัก 3 ส่วน:

  • Channel Manager: รวมแพลตฟอร์ม OTA ทั้งหมดไว้ในที่เดียว มั่นใจได้ว่าราคาและห้องว่างอัปเดตแบบเรียลไทม์
  • Booking Engine: ขับเคลื่อนการจองตรงผ่านเว็บไซต์ของโรงแรม ลดการพึ่งพาค่าคอมมิชชันจาก OTA และเพิ่มอัตรากำไร
  • Property Management System (PMS): จัดการการดำเนินงานส่วนหน้า สถานะห้องพัก และข้อมูลลูกค้าภายในแพลตฟอร์มเดียว

การรวมระบบเหล่านี้เข้าด้วยกันช่วยลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน หลีกเลี่ยงต้นทุนที่ซ้ำซ้อน และสร้างความสอดคล้องระหว่างกลยุทธ์เชิงพาณิชย์และการปฏิบัติงานรายวัน

สูตรสำเร็จแห่งชัยชนะ:

โรงแรมสามารถ เพิ่มรายได้ขึ้นถึง 47.86% ผ่านชุดกลยุทธ์ที่บูรณาการเข้าด้วยกัน ซึ่งส่งผลกระทบทวีคูณ ความสำเร็จของ The Riski Hotel & Residence @ Bangphlat Station สร้างขึ้นบน 3 หลักการพื้นฐาน:

  • ความเข้าใจเชิงปริมาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับโครงสร้างต้นทุนและกำไรขั้นต้น
  • การอ่านข้อมูลความต้องการของตลาดที่แม่นยำและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
  • การใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมกลยุทธ์ ไม่ใช่ใช้เทคโนโลยีมาแทนที่กลยุทธ์

บทสรุป:

การเติบโตของรายได้เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านจากการขายห้องพักแบบ "เฉพาะหน้า" (Ad hoc) ไปสู่โมเดลการบริหารจัดการรายได้ที่มีโครงสร้างและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ "มูลค่ารวมจากลูกค้า" (Total Guest Value) กลยุทธ์นี้ปรับราคาให้สอดคล้องกับความต้องการจริง เสริมสร้างตำแหน่งในตลาดผ่านชื่อเสียงที่ดีขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดจำหน่ายเพื่อลดต้นทุนการขาย

ด้วยการสร้างระเบียบวินัยด้านราคาที่ชัดเจน ระหว่างต้นทุนขั้นต่ำและเพดานราคาสูงสุดของตลาด โรงแรมสามารถทำราคาได้สูงขึ้นในช่วง Peak ในขณะที่ยังรักษาอัตราการเข้าพักในช่วง Low Season ไว้ได้ ในขณะเดียวกัน การยกระดับชื่อเสียงออนไลน์ช่วยเพิ่มยอดการจองและสนับสนุนการเติบโตของราคาเฉลี่ยต่อวัน (ADR) อย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งพาการลดราคาเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ การเพิ่มรายได้ยังครอบคลุมไปถึงผลิตภัณฑ์เสริม แพ็กเกจเพิ่มมูลค่า และระบบการขายต่อยอด/ขายพ่วง ซึ่งเปลี่ยนจุดโฟกัสไปที่รายได้รวมต่อลูกค้าหนึ่งคน ปลดล็อกรายได้ส่วนเพิ่มที่สำคัญ ผลลัพธ์ที่ได้คือผลกระทบเชิงบวกในทุกส่วน ทั้งด้านราคา การกระจายสินค้า ชื่อเสียง และการใช้จ่ายของลูกค้า นำไปสู่กำไรโดยรวมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด